สารท่านประธานชมรมฯ

 

:: สารจากนายกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ::

ท่านสมาชิกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย

            เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2553  ได้มีการประชุมใหญ่วิสามัญของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย เพื่อแก้ไขธรรมนูญ ข้อ 30  จากเดิม ให้มีสาระสำคัญว่า เมื่อชมรมฯ จดทะเบียนเป็นสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย แทนชมรมฯ ได้เรียบร้อยแล้ว ทรัพย์สินของชมรมฯ ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรมทั้งหมด รวมทั้งสมาชิกและสิทธิของสมาชิก ให้โอนเป็นทรัพย์สินของสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยที่จัดตั้งใหม่
การดำเนินกิจกรรมต่อจากนั้น ให้กระทำในนามของสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยเพียงถ่ายเดียว
ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ผลที่ได้ ทำให้การดำเนินการของสมาคมเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากข้อสงสัยใดๆ
ผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาให้ความไว้วางใจ คณะกรรมการในการทำหน้าที่บริหารสมาคม และขอให้คำมั่นในนามของกรรมการว่า ทุกคนจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ พร้อมกันก็ขอขอบพระคุณท่านที่สละเวลาเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งจะต้องรับภาระอันหนักหน่วง โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่จะต้องร่วมกันวางรากฐานการดำเนินงานต่าง ๆ ของสมาคม
แท้จริง การประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง ช่วงเวลาต่อจากนี้ คณะกรรมการ ซึ่งอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ยังมีประเด็นต้องหารือในรายละเอียดอีกมากมาย นับตั้งแต่การมอบหมายหน้าที่ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล แต่ทุกคนก็เต็มใจและภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ อย่างไรก็ดี ผมและคณะกรรมการเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ของสมาคม ที่เสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่แทนสมาชิกที่มีจำนวนมากมาย เป็นเสียงส่วนใหญ่ที่แท้จริง ดังนั้น หากท่านสมาชิกเห็นว่ามีสิ่งใดที่เหมาะสม สมควรที่ควรจะได้ปรับปรุง แก้ไข ก็อย่าได้เกรงใจที่จะเสนอแนะมายังผมหรือกรรมการทุกท่าน หรือติดต่อยังที่ทำการสมาคม ซึ่งก็คือที่ทำการชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยเดิม
เราทุกคนพร้อมจะเป็นผู้รับใช้ในการดำเนินกิจการของสมาคมให้สมกับที่ท่านสมาชิกให้ความไว้วางใจครับ
 
พิชิต เอื้อสกุลเกียรติ
นายกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
วันที่ 11 มกราคม 2553
 
:: สารจากนายกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ::
 

พี่ น้อง และท่านสมาชิกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ที่เคารพรักทุกท่าน 

            ผมขอเชิญชวนทุกท่าน รับทราบ และร่วมแสดงความยินดี อย่างเป็นทางการ ต่อการที่เราได้ปรับเปลี่ยนสถานะจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย มาเป็นสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย  ซึ่งต่อจากนี้ ในมวลหมู่พี่น้อง สมาชิกทั้งปวง หากเราจัดกิจกรรมร่วมกัน อยู่รวมหมู่กัน ในงานของจักรยานเพื่อสุขภาพและกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยพูดถึงสมาคมฯ ก็คือสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ถ้าเอ่ยถึงสมาชิก ก็หมายถึงสมาชิกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
 
สาระสำคัญอีกประการที่ต้องเรียนต่อสมาชิกชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพทุกท่าน ก็คือ ท่านจะมีสถานะเป็นสมาชิกสมาคมฯ ตามกำหนดอายุที่ดำรงอยู่  ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่ ที่ให้สมาชิกท่านที่ร่วมลงชื่อเป็นผู้ก่อตั้งในวันประชุมใหญ่ 2552 มีสถานะความเป็นสมาชิกสมาคมฯ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2553 โดยอัตโนมัติตามวาระการบริหารของคณะกรรมรับรองสถานะ สำหรับบัตรสมาชิกกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำ เมื่อจัดทำแล้วเสร็จจะจัดส่งให้ทุกท่านต่อไป ส่วนคณะกรรมการบริหาร ก็จะมีวาระการบริหารสืบต่อจนครบกำหนด
 
            โอกาสเดียวกันนี้ ขอเรียนเชิญกลุ่ม/ชมรมจักรยานทั่วประเทศร่วมเป็นองค์กรร่วม เพื่อความร่วมมือในการส่งเสริมพัฒนาการใช้จักรยาน โดยองค์กรภาคีร่วมจะได้รับเกียรติ ดำรงสถานะเป็นสมาชิกวิสามัญของสมาคม
 
            การปรับเปลี่ยนองค์กร เป็นสมาคมครั้งนี้ จะทำให้มีสถานะซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ เป็นที่น่าเชื่อถือแก่องค์กรภายนอก ส่งผลให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ประสงค์จะสนับสนุนการทำกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น
 
            สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศ ก่อตั้งขึ้นได้ ก็ด้วยความเชื่อถือของสังคม ที่มีต่อพี่น้อง มวลสมาชิกที่ช่วยกันทำงาน กิจกรรมการรณรงค์ มาอย่างต่อเนื่องนานกว่าสิบปี ดังนี้ จึงเป็นความรับผิดชอบและความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อทำให้ทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักถึงสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่มีจักรยานเป็นทางเลือกเพื่อบรรเทาปัญหาต่าง ๆ
 
            ภาระที่รออยู่ข้างหน้า กับความไว้วางใจที่สังคมให้โอกาสสมาชิกสมาคมมากขึ้นนี้ จะเดินหน้าและประสบความสำเร็จได้ ก็ด้วยความมุ่งมั่น ทำในสิ่งที่เรามุ่งหวัง โดยไม่หวั่นไหวกับอุปสรรคใด ๆ ที่จะมีขึ้น เพราะความเชื่อถือวางใจที่พวกเราได้รับ เป็นฉันทานุมัติ ที่จะต้องปฏิบัติให้ไปสู่จุดหมาย โดยไม่มีเหตุปัจจัยอื่นใดมาทำย่อท้อได้
 
                                                 พิชิต เอื้อสุกุลเกียรติ 
                                       นายกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
                                              วันที่ 9 กันยายน 2552
 
 
 
 

                             :: สารจากประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ::
 
 
 
สวัสดีพี่น้องผองเพื่อนผู้รักสุขภาพทุกท่าน 
 
เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เรายังมีสุขภาพดีมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นที่น่ายินดีอีกเช่นกัน  ที่ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยก็มีสุขภาพดีมาเป็นปีที่ 17 แล้ว
 
อุปสรรคต่างๆ ก็มีอยู่บ้างเป็นธรรมดาเหมือนกับทุกๆเรื่องในโลกมนุษย์ที่สวยงามใบนี้  แต่กรรมการ คณะผู้ทำงานและสมาชิกทุกคน  ต่างก็ช่วยกันขับเคลื่อนให้ชมรมฯเจริญเติบโต  และพัฒนาขึ้นอย่างมีคุณภาพมาตลอด
 
ตลอดเวลาที่ผมเป็นส่วนหนึ่งของชมรมฯ  ผมพบว่าการขี่จักรยานเป็นกิจกรรมที่มีความลงตัวอย่างมาก  เนื่องจากจักรยานพาเราไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย โดยรบกวนสิ่งแวดล้อมน้อยมาก  และการขี่จักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกทีทำให้เราอารมณ์ดีหลังจากได้ขี่  ทำให้ผู้ที่มาขี่จักรยานกับชมรมฯ อารมณ์ดีทุกคน พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน  ทำให้ได้เพื่อนขณะเดินทางท่องเที่ยว ทำให้เป็นกิจกรรมที่สนุก  และผู้ที่เคยมาร่วมทริปกับชมรมฯ ต่างก็อยากจะมาอีก ดังที่เคยมีใครสักคนพูดว่า "กีฬาเป็นยาเสพติด" ที่ทำให้สุขภาพผู้เสพดีขึ้น  และก็ต้องขอชมเชยผู้จัดทริปทุกท่านที่สรรหาทริปดีๆมาตลอด
 
ในด้านการรณรงค์ที่ผ่านมา ก็มีความต่อเนื่อง และก้าวหน้ายิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวงกว้าง การรณรงค์ของชมรมฯ ปัจจุบันมีผู้สนใจมากกว่าแต่ก่อน ออกทั้งสื่อโทรทัศน์ สื่อหนังสือพิมพ์  และสื่ออื่นๆอีกหลายๆอย่าง ประกอบการเกิดวิกฤตพลังงาน  ทำให้ภาครัฐหันมาสนใจการขี่จักรยานเป็นทางเลือกที่สำคัญของประชาชนเพื่อการประหยัดพลังงาน  ส่งผลให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อผู้ใช้จักรยานหลายอย่าง เช่น เส้นทางจักรยานในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ที่จอดรถจักรยานตามจุดต่างๆทั่วกรุงเทพฯ  และสิทธิอื่นๆอีกหลายอย่างที่ผู้ใช้จักรยานจะได้รับจากสังคม
 
กิจกรรมเพื่อสังคมที่ผ่านมา  ถึงแม้จะไม่มีรูปแบบใหม่ๆ แต่ก็ยังดำเนินโครงการที่มีอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมและบริจาคจักรยานเก่าให้แก่นักเรียนด้อยโอกาสทั่วประเทศ  และการขี่จักรยานทางไกล ใจถึงใจ  เพื่อหาทุนบริจาคให้แก่โครงการที่ต้องการทุน
 
กรรมการและคณะทำงานทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุดจนเกิดเป็นการพัฒนาดังกล่าวมาแล้ว  ผมขอชมเชยและขอบคุณทุกคนจากใจจริง
 
สุดท้ายนี้ก็ขออวยพรให้สมาชิกทุกคนมีความสุขอย่างยั่งยืนมีสุขภาพดีทั้งกายและใจครับ
 
 
                                                               พิชิต เอื้อสกุลเกียรติ
                                             ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
 
 
                    ****************************************************
   
 
 
สารจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
 
วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๘

 
 
                                                                                          วันที่ 4 มิถุนายน 2538
ถึง
    ผู้บริหารประเทศ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเมือง ผู้บริหารเทศบาล 
       ผู้บริหารชุมชน ผู้บริหารโครงการขนส่งขนาดใหญ่
 
      ด้วยในวันพรุ่งนี้ คือ วันที่ 5 มิถุนายน ถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก  และปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่รุนแรงมากที่สุดอย่างหนึ่งในประเทศไทน  โดยเฉพาะในเขตเมือง คือปัญหามลพิษอากาศ อันได้แก่ ฝุ่น ควัน หมอกควัน  หมอกเคมี ก๊าซพิษ เช่น  CO (คาร์บอนมอน็อกไซต์),  CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์) ไนโตรเจนออกไซด์ และ ซัลเฟอร์ไดอออกไซด์  ตลอดไปจนถึงมลพิษเสียง และความสั่นสะเทือน ภาวะมลพิษเหล่านี้  รวมทั้งปัญหาจราจรติดขัด นอกจากจะบั่นทอนสุขภาพกายและใจของประชาชนคนไทยแล้ว  ยังทำให้เศรษฐกิจของชาติเสียหาย คาดว่าปีละหลายหมื่นล้านบาท สมควรที่ผู้บริหารฯ  จะหมาตราการแก้ไขอ่างรีบด่วน และโปรดอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างซ้ำซากอีกเลย  โปรดดูปัญหาจราจรจลาจลที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันนี้เป็นอุทาหรณ์  ไม่ใช่เพราะผู้บริหารประเทศมองการไกลไม่ชัดเจน   หรือวางแผนไม่รัดกุม  หรือวางแผนแล้วมัวแก่งแย่งอำนาจกันอยู่อย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้หรือ  ที่ทำให้แผนแม่บทการขนส่งมวลชนไม่สำเร็จลุล่วงไปสักโครงการเดียว  แล้วเราก็ต้องมาทนทุกข์ทรมานกันอยู่ทุกวันๆ อย่างนี้
 
  •  ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ใคร่ขอ "คุณภาพชีวิตที่ดี" ของคนไทยคืน
  •  ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย  ขอเสนอวิธีการใช้จักรยานเป็นอีกมิติหนึ่งในการเดินทาง
  •  ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย  ขอให้รัฐสร้างระบบเครือข่ายจักรยาน อันประกอบด้วย
  1. ทางจักรยานที่มีจำนวนความกว้าง หรือเส้นทางมากพอ  ทั้งชนิดสมบูรณ์แบบซึ่งแยกต่างหากชัดเจนจากถนนที่ให้รถวิ่ง  โดยเฉพาะในเขตชานเมืองหรือต่างจังหวัด และชนิดชั่วคราว คือ ลบขอบทางเท้าให้เป็นเชิงลาด เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค์ต่อการใช้จักรยาน  รวมทั้งขอให้รัฐกำหนดแบบมาตราฐานทางเท้าสำหรับใช้ทั่วประเทศ เป็นแบบไม่มีขอบชัน  ตามทางแยกร่วม  และขอให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินออกข้อบังคับให้ผู้ดำเนินการหมู่บ้านจัดสรรสร้างทางจักรยานไว้อย่างปลอดภัยในหมู่บ้านด้วย
  2. ที่จอดรถจักรยานตามจุดต่างๆ ตามสมควร
  • ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ขอให้ กทม. สร้างทางจักรยานขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร เลียบริมคลองต่างๆในเขต กทม.
  • ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย  ขอให้การทางพิเศษสร้างทางจักรยานควบคู่ไปกับ ระบบรถไฟฟ้าขนาดเบาใต้ทางด่วนที่ กทม. กำลังดำเนินการอยู่ รวมทั้งที่จอดรถจักรยานตามสถานนีรถไฟฟ้านี้ด้วย
  • ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย  ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทางจักรยาน และที่จอดรถจักรยาน  ผนวกเข้ากับโครงการโฮปเวลล์ เพื่อสนับสุนแนวคิด "จอดและขึ้นรถ" (Park and ride)
  • ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย  ขอให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจัดสร้างทางจักรยานตามแนวทางส่งท่อแก๊สในกรุงเทพฯ  และบริเวณใกล้เคียง
                                                                              ขอแสดงความนับถือ
 
                                                                     
 
                                                                            ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์
                                                            ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
 
   
                      ******************************************************
 
 
สารจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
 
วันที่ ๑ สิงหาคม  ๒๕๔๗
 
 
 
 
วันที่ 1   สิงหาคม พ.ศ. 2547
 
เรื่อง   ขอให้สนับสนุนการจัดทำโครงข่ายทางจักรยาน
 
กราบเรียน   ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
 
            ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และผู้ใช้จักรยาน อันประกอบด้วยประชาชนทั่วไป และเยาวชน ซึ่งใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ทั้งเพื่อการออกกำลังกายให้มีพลานามัยที่ดี เพื่อการเดินทางทั้งระยะสั้น
และระยะไกล เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มองเห็นว่าการส่งเสริมการใช้จักรยาน เป็นสิ่งที่
เหมาะสมกับสถานการณ์และยุคสมัย ปัจจุบันมีประชาชนใช้จักรยานเพื่อการเดินทางอยู่แล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะ
นักเรียนในชนบทและกรุงเทพฯที่ใช้เพื่อการเดินทาง ซึ่งกลุ่มหลังนี้ ถ้านับเฉพาะที่เคยจัดโครงการจักรยานยืมเรียน
ก็มีจำนวนถึง 3 แสนคัน มีการรวมตัวเป็นกลุ่มหรือชมรมจักรยานทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 200
กลุ่ม เฉพาะชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ก็มีสมาชิกที่ลงทะเบียนกว่า 4,000 คน
 
            ทั้งนี้จากการศึกษา ”โครงการแนวทางในการพัฒนาการใช้จักรยานในกรุงเทพมหานคร” ของมหา
วิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ซึ่งรศ.ดร.วิโรจน์ 
ศรีสุรภานนท์ นำเสนอในการประชุมสัมมนาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่าได้ศึกษาพื้นที่ 2 แห่งที่เขตดินแดง
และการเคหะธนบุรี ที่ปัจจุบันพื้นที่ดินแดงมีผู้ใช้อยู่ 17% และมีผู้สนใจหันมาใช้หลังการปรับปรุงสิ่งอำนวยความ
สะดวกเป็นมากกว่า 50% ส่วนพื้นที่เคหะธนบุรีการใช้จักรยานในปัจจุบันมีอยู่ 51% และมีผู้สนใจหันมาใช้จักรยาน
ภายหลังการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มอีก30% หรือหลังการพัฒนาระบบจักรยานทำให้มีประชาชนพื้นที่ดิน
แดง 64.7%หรือเท่ากับหนึ่งในสามของการเดินทางทั้งหมดในพื้นที่และพื้นที่เคหะธนบุรี 63.5%หันมาใช้จักรยาน 
ซึ่งผู้ทำการศึกษายืนยันว่าองค์ความรู้ที่ได้สามารถใช้เป็นแนวทางพัฒนาการใช้จักรยานในพื้นที่อื่นๆของกรุงเทพ
มหานครได้ (ดังแนบ)
 
            ปัญหาที่ผู้ใช้จักรยานประสบก็คือไม่มีเส้นทางเพื่อการขี่จักรยานที่เหมาะสมและปลอดภัย การใช้ผิว
จราจรร่วมกับรถยนต์มีความเสี่ยงอันตราย ทางจักรยานที่สร้างไว้ในกทม. ในปัจจุบันก็เพียงเป็นระยะทางสั้นๆ
ม่ได้เป็นโครงข่าย และไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จักรยานโดยปกติ ทั้งยังมีสิ่งกีดขวาง ทำให้สัญจรไม่
สะดวก  
 
            อนึ่ง กลุ่มผู้ใช้จักรยาน เป็นประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของประเทศทั้งการ
จราจร การใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองและมลพิษ ต้องการให้กรุงเทพฯและเมืองใหญ่เป็นเมืองน่าอยู่ จึงรวมตัวกัน
ร้องขอฯพณฯนายกรัฐมนตรี ดังนี้
 
1.       ขอให้มีบัญชาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สนับสนุนและจัดสร้างทางจักรยานที่เป็นโครงข่ายโยงใยไป
ทั่วเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย
 
2.       ในเส้นทางจักรยานที่เคยสร้างไว้แล้ว เช่น ที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีอุปสรรคกีดขวางเส้นทาง
จักรยานเกือบตลอดแนว ทำให้ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยในการสัญจร บางเส้นทางถูกยกเลิก 
ขอให้ฯพณฯ มีบัญชาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้เป็นทางจักรยานจริงๆ สามารถใช้สัญจรไปมาได้
อย่างสะดวกและปลอดภัย (ดังแนบ)
 
3.       ขอให้มีบัญชาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สนับสนุนการรวมกลุ่มของผู้ใช้จักรยานเพื่อร่วมกับ 
      รัฐบาลในการแก้ปัญหา
 
อนึ่งกลุ่มผู้ใช้จักรยานจะรณรงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้จักรยาน เป็นทางเลือกของการ
เดินทางเพื่อประหยัดพลังงานและลดมลพิษ โดยจัดขี่จักรยานทุกวันอาทิตย์ตลอดเดือนกันยายนนี้ 
 
 
ในโอกาสนี้จึงขอกราบเรียนเชิญ ฯพณฯ ร่วมขี่จักรยานร่วมกับประชนชนคนใช้
จักรยาน ณ สนามกีฬาศุภชลาศัยฯ ในวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2547  เวลา 9:30 น.
เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กลุ่มผู้ใช้จักรยาน 
 
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
 
 
 
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
 
 
 
(นายพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ)
ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ตัวแทนผู้ใช้จักรยาน
 
 
***********************************************
 
สารจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
 
วันที่ ๒๒  กันยายน ๒๕๔๘
 
 
วันที่ 22 กันยายน 2548
 
เรื่อง      ส่งเสริมการลดใช้รถ งดใช้น้ำมัน
กราบเรียน           พณฯ นายกรัฐมนตรี
 
            เป็นที่ยอมรับกันว่า รถยนต์ซึ่งทวีจำนวนขึ้นทุกวัน สร้างปัญหาอย่างมหาศาลนานัปการ ต่อิ่งแวดล้อม
ของโลก ตั้งแต่การจราจรติดขัด ความสิ้นเปลือง สูญเปล่าของพลังงาน การแพร่กระจายของมลพิษ ไปจนถึงผล
กระทบทางเศรษฐกิจ สังคม เป็นอันตราย ทำลายสุขภาพของประชากรและชุมชนให้เสื่อมโทรมจนยากเกินเยียวยา
นานาประเทศ โดยเฉพาะที่เจริญรุดหน้าทางเศรษฐกิจ ต่างตระหนักดีถึงปัญหา จึงหาทางจำกัดการขยายตัวของ
รถยนต์ นำระบบขนส่งมวลชน หรือวิธีเดินทางอย่างอื่นทดแทนมาอย่างต่อเนื่อง
 
            ในประเทศไทย ประชาชนกลับต้องผจญกับปัญหาที่เกิดจากรถยนต์ โดยไม่มีทางเลี่ยง เพราะความล่าช้า
ในการลงทุนระบบขนส่งมวลชน และแม้ล่าสุดจะได้ตั้งต้นส่งสัญญานการลงทุนว่าจะเห็นผลในอีก 5 ปี แต่ระหว่างรอ
ก็หนีไม่พ้นที่ต้องวนเวียนอยู่กับสภาพอันเป็นทุกขเวทนา ที่นับวันมีแต่จะทวีความรุนแรง เพราะราคาน้ำมันมีแต่จะ
แพงขึ้น โดยที่ประชาชนมองไม่เห็นทางบรรเทาอื่น นอกจากดิ้นรนหาทางเป็นเจ้ารถยนต์เพื่อหลบหลีกสภาพการ
จราจรติด มลพิษ ที่พอกพูนขึ้นทุกวัน ทั้งนี้เพราะระบบการขนส่งที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง รถไฟ
รวมถึงรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ยังขาดคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการที่ดี
 
            ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ในนามของประชาชนกลุ่มฐานรากที่ใช้จักรยานในชีวิต
ประจำวัน เพื่อการเดินทางระยะสั้นและระยะไกล มีความเห็นว่าภาวะเช่นนี้ การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว พร้อมกับ
เปิดโอกาสให้รถโดยสารประจำทาง และรถบริการสาธารณะต่างๆ เป็นพาหนะหลักของการเดินทาง และให้จักรยาน
สองล้อที่ปัจจุบันมีใช้กันอยู่ทั่วไป และวางจำหน่ายในราคาไม่แพง ผลิตได้ในประเทศ เป็นพาหนะเสริมสำหรับการ
เดินทางระยะสั้น หรือเชื่อมต่อระบบขนส่งที่มีอยู่ จะเป็นหนทางที่จะทำให้ปัญหาต่างๆทุเลาลง เพราะเมื่อจำนวนรถ
น้อย การจราจรก็จะคล่องตัว มลพิษจะเบาบาง การบั่นทอนสุขภาพของประชากรและชุมชนเมืองก็จะเบาบางลง
 
            สำหรับวิธีการ เพื่อลดจำนวนการใช้รถยนต์ สามารถทำได้ทันที ด้วยการให้รถจักรยานใช้พื้นที่บนท้อง
ถนน 1 ช่องทาง โดยการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจร ให้รถยนต์ รถโดยสารประจำทาง รถจักรยานยนต์ และ
รถอื่น วิ่งได้เพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่งบนถนนที่มี 2 หรือ 3 ช่องจราจร กันช่องจราจรที่เหลือสำหรับรถจักรยาน
โดยตรงเป็นทางจักรยาน (Bikeway)เพื่อให้ผู้ใช้จักรยาน ซึ่งปกติ ต้องเสียภาษีเงินได้เหมือนกัน มีโอกาสใช้
กิจการสาธารณูปโภค คือถนนอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ในช่วงแรกอาจเริ่มวันเสาร์ อาทิตย์ นอกจากนี้ ควรงดการ
ลงทุนสร้างหรือขยายผิวการจราจรในเขตชุมชนเมือง การห้ามนำรถยนต์เข้าไปในอาคารศูนย์การค้าใจกลางเมือง
ตลอดจนนำมาตรการทางภาษีและอื่นๆมาควบคุมปริมาณการเพิ่มของรถยนต์ กับให้จัดสรร ทุ่มเทงบประมาณเพื่อ
การจัดหารถประจำทางที่มีคุณภาพดีเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการใช้รถสาธารณะมีโอกาสการเดินทางที่ดีกว่า
 
            ในประเทศประชาธิปไตย มีหลักสำคัญให้ทำตามเสียงข้างมาก ดังนั้นรัฐจึงต้องจัดให้มีบริการที่ดีกับ
ประชากรส่วนใหญ่ ข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีก็คือ จำนวนผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมีน้อยกว่าคนไม่มี บรรดาผู้ที่ต้องพึ่งพา
รถโดยสารประจำทางมีมากกว่าเจ้าของรถยนต์และจักรยานยนต์ ดังนั้น รัฐจึงต้องพัฒนา แสวงหาระบบเพื่อให้เกิด
บริการที่ดีแก่ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ
 
            ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รณรงค์การใช้จักรยาน เพื่อประหยัดพลังงาน มาอย่าง
ต่อเนื่อง พบว่ามีผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันจำนวนมาก สามารถประกอบภารกิจการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เดินทางถึงจุดนัดหมายได้ตรงเวลา ส่วนใหญ่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งเท่ากับว่าการใช้พาหนะที่ขับเคลื่อนด้วย
แรงคนก็ทำได้ไม่ยิ่งหย่อนว่ารถยนต์ส่วนบุคคล ดังเช่นที่คณะสมาชิกชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ใช้จักรยานเดินทาง ไปพบกับสื่อมวลชนทุกแขนง หลายแห่งในวันนี้ เพื่อให้ขอสนับสนุนการรณรงค์ โดยผลตอบ
แทนที่เหนือกว่าของการใช้จักรยานก็คือการประหยัดพลังงานและลดปริมาณมลพิษลงได้ทันที หากรัฐบาลจะ
ส่งเสริมการใช้จักรยาน หรือดำเนินมาตรการเพื่อลดการใช้รถยนต์ลงได้ ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลกับ
ประเทศชาติโดยส่วนรวม
 
            จึงเรียนมาเพื่อขอให้ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาข้อเสนอการลดการใช้รถ งดใช้น้ำมัน
ดังกล่าวข้างต้นด้วย
 
                                                          ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
 
                                                         
 
                                                            นายพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ                  
                                             ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

 
 
                     ************************************************
 
 
 

         

 

Custom Search