เมื่อหลายปีก่อนมาแล้ว คิดว่าคงจะราวๆ ก่อนปีพ.ศ.2538 ชมรมได้พาสมาชิกขี่จักรยานไปเที่ยวเมืองโบราณ ที่สมุทรปราการ โดยกะจะเที่ยวสถานที่สำคัญในเมืองไทยให้ทั่วประเทศในวันเดียว คือ
ไปชมพวกสถานที่สำคัญต่างๆ ในประเทศ ที่คุณ “เล็ก” เศรษฐีใจถึงคนหนึ่งของประเทศไทย ได้สร้าง
ย่อเอาไว้ ซึ่งมีตั้งแต่ตลาดน้ำ เรือนแพ วัดเก่าแก่ ไปจนถึงเขาพระวิหาร รวมเบ็ดเสร็จ 116 แห่งด้วยกัน
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เขาไม่ให้เข้า แม้เรายินดีจะเสียค่าผ่านประตูไปชมแบบปกติ
เหตุผลเป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้
เล่นเอาพวกเราเสียความรู้สึก เพราะดูรู้สึกจะถูกกีดกันว่าเป็นจักรยานคนจนหรือเปล่า คือ
จักรยานเข้าไม่ได้ แต่รถยนต์ส่วนตัวเข้าได้ (เห็นชัดๆ กับตาตอนนั้นเลย) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม
เราคิดว่าการเอาจักรยานเข้าไปชมอาคารและโบราณสถาน (ฉบับย่อและเลียนแบบ) ต่างๆ ในเมืองโบราณน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะจักรยานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีควันพิษไม่มีแรงสั่นสะเทือน แถมสะดวกดีกว่ารถยนต์ด้วย เพราะไปได้ถึงที่ ถึงตีนบันได ถึงตัวอาคาร แต่ถ้าไปด้วยรถยนต์ก็ต้องจอดห่างออกไปและต้องเดินต่อ จึงสะดวกสู้การไปเยื่อมชมด้วยจักรยานไม่ได้
หลังๆ เราก็พาสมาชิกไปอีก ก็เข้าไม่ได้อีก ก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกเช่นกัน ทั้งๆ ที่กระแสสังคมตอบรับเรื่องจักรยานได้พัฒนาขึ้นมามากอักโขแล้ว
สุดท้ายเพิ่งเห็นโฆษณาลงในหนังสือพิมพ์ว่าเมืองโบราณยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวเมืองโบราณด้วยจักรยาน โดยเขาจัดเป็นแพ็คเกจทัวร์ครึ่งวัน ในราคา 1,650 บาทต่อหัว รวมค่าเข้า ค่าอาหารกลางวัน ค่าไกด์ ค่าเอารถมารับที่โรงแรมในเขตกรุงเทพหรือพัทยา แต่ไม่รู้ว่ารวมค่าเช่าจักรยานด้วยหรือเปล่า
นี่ก็แสดงว่าเมืองโบราณได้ตื่นขึ้นมารับกระแสการท่องเที่ยวด้วยจักรยานแล้ว หลังจากที่
หลับไหลมานานนับสิบปี ผมถึงได้เขียนบทความนี้ด้วยหัวเรื่อง “เห็นไหม บอกไม่เชื่อ” ยังไงล่ะครับ