เกี่ยวกับสมาคม
จักรยาน.... สำหรับบางคนอาจมีความหมายมากกว่า พาหนะ 2 ล้อบางคนมีอดีตที่สนุกสนานกับการได้ปั่นจักรยานเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งอาจจะเป็นคันเดียวกับที่ใช้ปั่นไปเรียนหนังสือ ไปตลาด ไปทำธุระใกล้บ้าน ไปทำงาน บางคนเลือกวิธีออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน และมีอีกไม่น้อยที่มีจักรยานเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพ เนื่องจากเป็นพาหนะที่ราคาไม่แพง มีประโยชน์ใช้งานหลากหลาย อีกทั้งไม่ต้องใช้น้ำมันเหมือนกับรถยนต์ ทำให้มีการใช้จักรยานกันอย่างแพร่หลายเรื่อยมาทั้งในตัวเมืองและชนบททั่วประเทศ จนอาจกล่าวได้ว่าพาหนะยอดนิยมของครอบครัวในช่วงสิบปีก่อนหน้านี้ คือจักรยาน
จนถึงช่วงที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคของการพัฒนาไปสู่ความเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรทันสมัยเข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ การขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้รถยนต์จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้คนใช้จักรยานน้อยลงหันมาใช้รถยนต์แทนเพราะสะดวกสบายกว่า แต่สิ่งที่ตามมาคือปัญหาการจราจร ปัญหาอุบัติเหตุ ความสิ้นเปลืองการใช้น้ำมันซึ่งต้องนำเข้ามาต่างประเทศ และยังก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบถึงสุขภาพของประชาชนผู้อยู่อาศัย ไม่เฉพาะในเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพมหานคร แต่กำลังขยายออกไปยังเขตชุมชนต่างๆทั่วประเทศอีกด้วย
ขณะที่ถนนในเมืองอยางกรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยควันพิษจากรถยนต์ แต่ยังมีถนนบางสายที่ไม่พลุกพล่านนัก ได้กลายเป็นที่พบปะของคนรักจักรยานที่มีความคิดตรงกันว่า การใช้จักรยานน่าจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ หากมีการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้จักรยานอย่างเหมาะสม
การรวมกลุ่มกันในนามของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย จึงมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2534 โดยมีผู้ใช้จักรยานกว่า 80 คน ร่วมกันขี่จักรยานรณรงค์เพื่อขอให้มีการสร้างทางจักรยาน ซึ่งนับเป็นการรณรงค์ให้มีการใช้จักรยานเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
แม้ว่าจำนวนสมาชิกในระยะแรกจะมีเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมน่าอยู่ การทำงานของชมรมฯ จึงเป็นในลักษณะของอาสาสมัคร มีการจัดกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับการใช้จักรยาน เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญ อีกทั้งสร้างกระแสให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้จักรยานเป็นทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้จักรยานในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการท่องเที่ยว การออกกำลังเพื่อสุขภาพ ค่ายจักรยาน การทำใบขับขี่จักรยาน รีไซเคิลจักรยาน รวมทั้งกิจกรรมรณรงค์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอื่นๆอีกมาก
ผลของการจัดกิจกรรมในข้างต้น ทำให้เริ่มมีผู้สนใจใช้จักรยานเพื่อกิจกรรมต่างๆ กันมากขึ้น มีการรวมกลุ่มตั้งเป็นชมรมจักรยานขึ้นในหลายจังหวัด ก่อให้เกิดเครือข่ายระหว่างผู้ใช้จักรยานทั่วประเทศ มีการสร้างทางจักรยานขึ้นใหม่หลายเส้นทาง แม้จะเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับถนนที่มีอยู่ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า พลังของผู้ใช้จักรยานเริ่มเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและการใช้จักรยานเพื่อแก้ปัญหาการาจราจรและปัญหามลพิษไม่ใช่เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ถ้าทุกคนร่วมมือกัน เสียสละ และตั้งใจที่จะทำกันอย่างจริงจัง
ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา จากเริ่มต้นเพียงไม่กี่คนจนถึงวันนี้ ชมรมฯมีสมาชิกมากกว่า 5,000 คน จากทุกวัย หลายสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยมี สารสองล้อ และเวบไซต์ www.thaicycling.com เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข่าวสารสาระและกิจกรรมต่างๆ สำหรับสมาชิกและผู้สนใจทั่วไป หลายโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี เช่น กิจกรรมจักรยานสัมผัสชนบท โครงการรีไซเคิลจักรยาน ฯลฯ คือตัวอย่างของความพยายามของชมรมฯ ที่จะผลักดันให้คนในสังคมเห็นถึงคุณค่าและหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้น ลดการใช้รถยนต์โดยไม่จำเป็นลง ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยเหลือแบ่งปันให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ไม่ได้มุ่งหวังเพียงเพื่อการออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนเท่านั้น แต่อยากให้ขยายไปถึงการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันเหมือนดังเช่นในอดีต
ถึงแม้โครงข่ายทางจักรยานที่เชื่อมโยงแต่ละเส้นทาง เพื่อให้จักรยานสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามอีกมาสำหรับประเทศไทย แต่ถ้าหลายๆคนร่วมมือร่วมใจ ให้เกิดเป็นกลุ่มพลังผู้ใช้จักรยานที่เข้มแข็ง ก็คงไม่ใช่เรื่องทีเป็นไปไม่ได้ ซึ่งชมรมฯยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมต่อไปตามวัตถุประสงค์ และชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ที่ไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงสุขภาพใจที่ดีของผู้ใช้จักรยานและคนรอบข้าง ยิ่งไปกว่านั้น คือสุขภาพเมืองที่พวกเราอยู่อาศัย และเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับลูกหลานต่อไปในอนาคต
![]()




































